วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
ตอนที่ 1 คุณครูที่ปรึกษา!
ตอนที่ 1
“ชั่วโมงนี้ถือว่าทำความรู้จักกันนะ”คุณครูสุดหล่อพูดพร้อมจ้องมาที่ฉัน ทำให้ฉันรู้สึกร้อนๆหนาวๆยังไงก็ไม่รู้ ทำไมต้องจ้องมาที่ฉันด้วยละ
“อ้อ ครูมีข่าวดีมาบอกพวกเธอห้องมอหกทับหนึ่งด้วย”
“เรื่องอะไรครับ”เสียงนายกวางหัวหน้าห้องเป็นคนถามคุณครูภู
“ครูจะเป็นครูที่ปรึกษาพวกเธอตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” ฮะ! ว่ายังไงนะ ครูที่ปรึกษางั้นหรอ แค่เรียนเนี่ยฉันก็ไม่รู้จะมองหน้าครูภูสุดหล่อได้ยังไง ยิ่งเป็นครูที่ปรึกษาด้วยไม่ใช่ต้องเจอหน้าทุกเช้าทุกเย็นหรอ >_<
“อ่ะหัวหน้าบอกได้แล้ว เธอสองคนที่มาสายมาพบครูด้วยตอนเที่ยง”
“แต่ว่าหนูต้องไปกินข้าวนะคะ”ฉันโผล่คำพูดออกไปเพราะว่าเมื่อเช้าฉันไม่ได้กินข้าวมานะสิ
“มันเรื่องของเธอ แต่เธอต้องมาพบครูเข้าใจมั้ย!”
“เข้าใจคะ”ฉันรับคำเบาๆ ทั้งทีตอนนี้หิวแสนหิว อยากจะกินช้างทั้งตัว แล้วอย่างนี้ฉันจะมีสมาธิเรียนไหมละ ความผิดของใครละ ถ้าไม่ใช่ตัวฉันเอง!
ฉันเรียนชั่วโมงที่สอง ชั่วโมงที่สามและสี่อย่างไม่ค่อยมีสมาธิ เพราะความหิวเกินจะทน แต่ยังไงดีละตอนนี้ก็หมดคาบที่สี่แล้ว ฉันจะไปกินข้าวก่อนหรือว่าไปหาครูภูก่อนกันแน่ ไปกินข้าวก่อนดีกว่า ให้ครูภูรอหน่อยก็แล้วกันคนอย่างนั้น คงไม่เคยรอใคร สายนิดสายหน่อยมาทำโวยวายคนอะไรก็ไม่รู้
“ป่ะยัยรุ้งไปกินข้าวกัน”ฉันชวนยัยรุ้งที่กำลังเดินออกจากห้องภาษาไทย
“แล้วที่ครูภูให้ไปพบละ”
“แปบเดียวเองน๊าฉันหิวจะกินช้างทั้งตัวได้แล้วนะ”
“เออๆ”ยัยรุ้งทำตามที่ฉันขอ นี่ไงละเพื่อนฉัน
“รุ้งไปกินข้าวกันป่ะ”ใครฟะบังอาจชวนเพื่อนฉันกินข้าว ยังไงยัยรุ้งต้องเลือกไปกันฉันแน่นอน *_*
“อ้าวบอมรุ้งกำลังจะไปกินพอดีเลย”
“งั้นเราไปกันดีกว่า”
“แล้วยัยวาละบอม”
“วาก็มากับพวกเราสิ”นายบอมกับยัยรุ้งมองมาที่ฉันเป็นตาเดียว เห็นแล้วอิจฉากันสุดๆ อย่างกับกิ่งทองกับใบหยก ยัยรุ้งก็ขาวสวยสูงโปร่ง ส่วนนายบอมก็หล่อแม้จะขาวไม่เท่ายัยรุ้งแต่ก็สูงกว่ายัยรุ้ง แล้วเราจะไปเป็นก้างขวางคอยัยรุ้งทำไม
“พวกแกไปสองคนเหอะเดี๋ยวฉันหาอะไรกินแถวนี้ก็ได้ ส่วนเรื่องไปพบครูภูเดี๋ยวฉันบอกให้ว่าแกไม่สบายมาไม่ได้ โอมั้ย”
“รักแกที่สุดเลยอ่ะ”
“ไอ่บ้า”จู่ๆยัยรุ้งก็กระโดดมากอดฉันทำเอาฉันแทบจะล้ม ยิ่งตัวเล็กอย่างฉันปะทะกับยักษ์ใหญ่เหมือนยัยรุ้งด้วย ถ้าฉันหัวฝาดพื้นไปใครจะรับผิดชอบไอ่เพื่อนบ้า ^_^
ยัยรุ้งกับบอมเดินไปแล้วป่านนี้คงไปกินข้าวที่โรงอาหารจู๋จี๋หนุงหนิงกันน่าดู ฉันไม่น่าทำตัวเป็นแม่พระเลย แต่ช่างเหอะความสุขของเพื่อน ตอนนี้ท้องของฉันร้องโวยวายเหมือนใครมาตีกลองในท้องอย่างนั้นแหละ ฉันเดินไปสหกรณ์พร้อมกับซื้อนมกล่องหวังว่ามันจะช่วยคลายความหิวของฉันได้บ้างนะ
“เฮ้ย..ค่อยยังชั่ว” หลังจากที่ฉันดูดนมกล่องเสร็จตอนนี้ฉันพร้อมที่จะไปพบครูภูครูที่ปรึกษาของฉันแล้วละ แผนที่จะไปกินข้าวที่โรงอาหารเป็นอันต้องยกเลิก เพราะคนเยอะมากขืนฉันรอมีหวังได้กินตอนขึ้นเรียนแน่เลย
ตอนนี้ฉันเดินโดดเดี่ยวเดียวดายไปที่ห้องคณิตศาสตร์ซึ่งอยู่ไกลจากสหกรณ์ประมาณสามร้อยเมตร ขึ้นบันไดไปชั้นสามอีก ทำไมมันจะลำบากลำบนอย่างนี้นะ กะอีแค่ไปหาครูที่ปรึกษาเนี่ย เหนื่อยๆๆๆ แฮกๆๆๆ T^T
“ขออนุญาตคะ”ตอนนี้ประตูห้องไม่ได้ปิด ภาพที่ฉันเห็นคือครูภูกำลังจดจ่ออยู่กับจอโน้ตบุ๊ค คุณครูภูเป็นครูที่หล่อที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา แต่ติดตรงที่ว่าคนหล่อมักจะดุน่ะสิ!
“ยืนอยู่ทำไมเข้ามาสิ”
“จะให้วาเข้าได้ไงคะในเมื่อครูยังไม่อนุญาต”
“เชิญเข้ามาได้วานิลา”เฮ้ย!ครูภูจำชื่อเต็มอย่างฉันได้ด้วย ดีใจจังเรียกชื่อเต็มด้วย
“ยิ้มอะไรเข้ามาสิ”
“อ๋อ คะ คะ”ฉันพูดอย่างขัดๆเขิน ทำไมหัวใจของฉันต้องเต้นแรงด้วยที่อยู่ใกล้ครูภู บ้างหน่าครูภูเขาเป็นครูแกน่ะยัยวานิลา ครูที่ปรึกษาด้วย ห้ามคิดอะไรเกินนั้น
“แล้วเพื่อนเธอละ”
“รุ้งไม่สบายมาไม่ได้คะ”ฉันตอบครูภูพร้อมกับก้มหน้าหลบสายตาดุคู่นั้น
“ทำไมต้องก้มหน้าด้วยละเงยหน้ามาพูดดีๆสิ”
“เออ..ครูมีอะไรคะถึงต้องให้วามาพบ”ฉันเงยหน้าถามครูภูอย่างกล้าๆกลัวๆตอนนี้ครูภูปิดโน้ตบุ๊คแล้ว ทำให้บนโต๊ะไม่มีสิ่งของใดที่จะกีดขวางการคุยกันของฉันกับครูพู
“ครูอยากให้เธอกับเพื่อนมาให้เร็วกว่านี้เพราะห้องเราเป็นห้องแนวหน้า ครูไม่อยากให้น้อยหน้าห้องอื่น”
“คือวาไม่ได้ตั้งใจจะมาสายหรอกคะ”
“ครั้งนี้ครูก็ไม่ได้ว่าอะไรมากมายหรอก ที่ครูดุพวกเธอเพราะครูไม่อยากให้คนอื่นทำตาม” ตกลงฉันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้เพื่อนใช่ไหม ค่ะหนูผิดๆๆๆ %_%
ครอกกกก >_<
“เอ๊ะ! เสียงอะไรหน่ะ”
เอาละวานิลา!ไอ่ท้องทรยศมาร้องอะไรตอนนี้ อยากให้ฉันขายหน้าครูภูมากเลยใช่ไหม นมกล่องทำไมมันย่อยเร็วอย่างนี้เนี่ยไม่ได้ช่วยอะไรฉันเลย ตอนนี้สายตาครูภูคาดคั้นมาที่ฉัน จนฉันอยากจะสลายตัวเป็นอากาศให้ครูภูมองไม่เห็นเลย
“วาเสียงอะไร”
“เออ…”
“เสียงอะไรพูดมาสิ”โถ่ๆๆวานิลาแกจะต้องขายหน้าต่อหน้าผู้ชายหล่อๆอย่างนี้หรอ
“เสียงท้องวาร้องเองคะ”
“ท้องร้องงั้นหรอ นี่เธอไม่ได้กินข้าวตั้งแต่ตอนไหน”ทำไมครูภูต้องทำหน้าจริงจังเหมือนจะกินเลือดฉันให้ได้เลย บรืออออ >_<
“ก็ตั้งแต่เมื่อเช้าคะ”
“ทำไมเธอไม่กินละ”
“ตอนเช้าหนูรีบมาก พอตอนเที่ยงหนูก็รีบมาหาครูคะเลยไม่ได้กินแต่ไม่เป็นไรหรอกคะ แค่นี่เอง”ฉันตอบครูภูไปเพื่อให้เรื่องมันจบๆทั้งที่ตอนนี้หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว T^T
“ไม่แค่นี้ละ รู้ไหมโรคกระเพาะจะถามหาโดยไม่รู้ตัว ถ้าเราไม่รักตัวเองแล้วใครจะมารักเราละเข้าใจไหม”
“เข้าใจคะ”
“นี่ก็ใกล้เวลาขึ้นเรียนแล้วป่านนี้กับข้าวที่โรงอาหารคงหมดแล้วละ อ่ะกินนี่สิ”ครูภูยื่นข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวที่ไม่รู้ครูไปสั่งตอนไหนมาให้ฉัน น่ากินจนอยากจะรีบรับเอาไว้แต่เพราะความเกรงใจฉันเลยไม่ทำอย่างนั้น (เห็นแต่เป็นคนอย่างนี้ฉันก็มีความเกรงใจเหมือนกันนะ >_<)
“วากินไม่ได้หรอกคะมันเป็นของครูนี่คะ”
“แต่ครูให้เธอดูสิหิวจนหน้าซีดหมดแล้ว”ทำไมฉันต้องรู้สึกดีอะไรมากมายอย่างนี้ด้วยที่ครูภูห่วงใย
“แล้วครูได้อะไรกินละคะ”
“ครูกินข้าวเช้ามาแล้ว แถมครูเป็นผู้ชายด้วยมีแรงอีกเยอะ แต่เธอเป็นผู้หญิงเดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาใครจะช่วยละ และกินที่นี่ด้วย ครูคงไม่สบายใจถ้านักเรียนในการดูแลเป็นลมเพราะต้องมาพบครู”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกคะ”
ฉันรับข้าวฉันครูภูมา แล้วรีบกินอยากจะบอกว่าอร่อยมากๆเลยละ อร่อยแบบที่ฉันไม่เคยได้กินที่ไหน ทำไมน่ะหรอเพราะความหิวของฉันและความหล่อของครูภูไงที่ทำให้ฉันกินข้าวได้อย่างเอร็ดอร่อย โดยลืมว่าครูภูมองมาที่ฉันตลอดเวลา
แค้กๆ แค้กๆ
“กินระวังหน่อยสิ”ครูภูยื่นน้ำมาให้ฉัน ฉันไม่น่ารีบกินอย่างนี้เลย ดูสิเดือดร้อนครูภูที่ต้องยื่นน้ำมาให้ฉันแต่ก็รู้สึกดีที่มีใครมาทำอย่างนี้ ความรู้สึกอย่างนี้เรียกว่าอะไรนะ ใครก็ได้ช่วยบอกฉันที! >_<
ตอนนี้ฉันกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวที่อร่อยที่สุดในสามโลก ภาคบ่ายนี้ฉันคงเรียนอย่างมีความสุขเมื่อคิดถึงแววตาห่วงใยของครูภูที่ส่งมาให้ฉัน แต่คิดอีกทีก็เศร้านะ ฉันก็แค่นักเรียนในการดูแลของครูภูในฐานะ ครูที่ปรึกษา T^T
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น