วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ผู้ชายที่ฉันไม่รู้จัก



ตอนที่ 5
“ยัยวววววววา”
“แกเป็นไรรุ้งเรียกซะฉันสยิวกิ้ว”
ยัยรุ้งเรียกฉันหลังจากออกมาจากห้องภาษาไทย สงสัยยัยรุ้งจะอดทนกับการไม่ได้พูดมานาน
“ก็ฉันอึดอัดตั้งนานที่ได้พูดกับแก”
“ฉันมีเรื่องเซอร์ไพร้มาบอกแกด้วยแหละ”
“อ่ะเซอร์ไพร้ ว่ามาดิจะได้รีบไปเรียนกับครูภู”
ใช่สิ ต่อไปก็เรียนกับครูภูแล้วนี่นา ทำไมฉันต้องใจสั่นขนาดนี้ด้วยเนี่ย  >_<
“ครูภูเป็นครูสอนพิเศษของฉัน”
ฉันกระซิบบอกยัยรุ้งเบาๆ
“ครูสอนพิเศษ! >O<
ฉันอุตส่าห์พูดเบาๆแต่ยัยรุ้งนี่สิ กลับตะโกนจนคนรอบข้างหันมามอง ฉันกับยัยรุ้งจึงได้แต่ยิ้มแห้งๆออกไป อยากบอกว่าโค-ตรอายอ่ะ ^_^
“และฉันมีเรื่องจะบอกแก ฉันชอบครูภู”
“ฮ่ะ! >O< แกชอบคะ
ก่อนที่ยัยรุ้งจะตะโกนอะไรเสียงดังอีก ฉันรีบเอามือไปปิดปากยัยรุ้ง ขืนยัยนิตะโกนออกไปฉันเป็นต้องเอาปี๊บคลุมหัวมาโรงเรียนแน่เลย
“แต่มันเหมือนเส้นขนานเลยนะวา”
“ช่างเหอะ ขอแค่แอบชอบในใจก็พอแล้ว”
ฉันบอกยัยรุ้ง แต่ข้างในอยากจะเป็นมากกว่านั้น เป็นเส้นตรงเส้นทแยงมุม เส้นอะไรก็ได้ขอแค่อย่าเป็นเส้นขนาน
“แต่มันเจ็บมากนะแก”
“ช่างเหอะแค่นี้ฉันก็มีความสุขแล้ว ไปเรียนกันเถอะ >_<” ฉันชวนยัยรุ้งไปเรียนถ้าขืนฉันไปสายครูภูจะมองฉันไม่ดีอีก

   ฉันและรุ้งนิเดินมาถึงห้องเรียนแล้ว และแน่นอนเพื่อนของฉันก็มานั่งพร้อมกันเกือบทุกคน ทำให้ภาพของฉันกับยัยรุ้งเหมือนมาสายยังไงก็ไม่รู้ ทั้งที่ไม่ได้มาสาย
“ขออนุญาตคะ”ยัยรุ้งพูดเบาๆ
“เข้ามาได้ คนที่รู้มาก่อนใช่ว่าจะมาสายได้นะ”ที่ครูภูพูดหมายความว่าไง เขาว่าฉันอย่างนั้นหรอ ทำไมครูภูช่างต่างกับพี่ภูที่บ้านฉันจังเลย T^T
“ขอโทษคะที่พวกหนูมาสาย”ฉันตอบครูภูไป แล้วมันก็พูดอะไรไม่ออกอีกเลยมันจุกทันที ฉันกลั้นน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมา แต่ถ้าใครสังเกตดีๆก็จะเห็นน้ำตาของฉันรื่นที่ขอบตา
“รีบไปนั่งสิ เอ้านักเรียนวันนี้ราจะมาเรียนความน่าจะเป็นกัน”ครูภูยังคงใส่มาดคุณครูสุดโหดต่อไป จนนักเรียนไม่กล้ากระดิก และฉันก็ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับครูภู เรามันก็แค่นักเรียนคนหนึ่งไม่ผิดหรอกที่เขาจะดุเขาจะว่า คงเป็นไปไม่ได้หรอกที่เขาจะพูดดีกับเราตลอดเวลา
“หมดเวลาแล้วไปเรียนคาบต่อไปได้”
“นักเรียนทำความเคารพ”ทันทีที่หัวหน้าห้องบอกทำความเคารพฉันเหมือนตื่นจากภวังค์ ตลอดทั้งคาบฉันเรียนไม่รู้เรื่องเลย ความรู้สึกอย่างนี้เรียกว่าอะไรกัน ความรู้สึกที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆว่ามันเป็นอะไรกันแน่
   ฉันเรียนอีกสองคาบต่อไปอย่างไม่มีสมาธิ แน่นอนว่ายัยรุ้งสังเกตเห็นแน่นอนแต่ไม่ได้พูดอะไร เพราะรู้ว่าฉันไม่มีอารมณ์จะพูดตอนนี้
“วาป่ะไปกินข้าว”ยัยรุ้งชวนฉันหลังจากเรียนคาบสุดท้ายของภาคเช้าเสร็จ
“แกไปดิ นั่นบอมมาแล้ว”นายบอมเดินมาหายัยรุ้งดูแล้วช่างน่าอิจฉาจริงๆ
“แกจะให้ฉันทิ้งแกหรอยัยวา!
“อย่างกับแกไม่เคยทิ้งฉันเนอะ แกทิ้งจนฉันชินแล้ว >O<
“เฮอะๆงั้นฉันไปก่อนนะวา”ดู๋ดู เพื่อนฉันทิ้งกันได้ตลอด จนฉันชินกับมันแล้ว ส่วนฉันนะหรออยู่คนเดียวตลอด แงงๆๆๆ

    ฉันนั่งที่โต๊ะหินอ่อนใต้ร่มไม้ข้างๆตึกคณิตศาสตร์ ที่ตรงนี้เป็นที่นั่งประจำของฉัน ตอนนี้ฉันไม่คิดจะไปซื้อข้าวกินเพราะรู้สึกไม่หิวอย่างแรง ร่างกายก็อ่อนเพลี้ยอย่างบอกไม่ถูก ครูภูนะครูภูตกลงเขาเป็นคนยังไงกันแน่ T^T
“เฮ้ย!!!
>O<”จู่ๆผู้ชายคนเมื่อเช้าก็มาทำให้ฉันสะดุ้ง หลังจากที่ฉันเหม่อลอยไปทางห้องครูภู
“มองขึ้นฟ้าซะขนาดนั้นจะฉกแมลงวันกินเป็นอาหารกลางวันหรือไง”ทำไมผู้ชายคนนี้ปากเสียงจัง!ไม่สมกับหน้าตาที่หล่อเอาซะเลย
“ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องฉันฉันเกี่ยวไรกับนายด้วย”
“หรอ อ่ะฝากนี่ไว้ก่อนนะเดี๋ยวฉันมา”
“นี่นายนาย.. >_<”ฉันรู้สึกงงกับนายคนนี้มาก เพราะอะไรหน่ะหรอ เพราะนายนี่เอาข้าวมาฝากฉันไว้สองจาน ฝากไว้โดยที่เขากับฉันไม่รู้จักกัน ท่าจะบ้าจริงๆ
“มาแล้วครับ^^”ฉันรอไม่ถึงห้านาทีนายนั่นก็เดินมา พร้อมกับน้ำโคล่าสองแก้ว สงสัยนายนี่จะเอาไปให้แฟนแน่นอน น่าอิจฉาผู้หญิงคนนั้นมาก ที่มีผู้ชายหน้าตาหล่อคอยซื้อข้าวซื้อน้ำคอยเอาใจใส่ ^^
“นี่ของนายคงหมดธุระของฉันแล้วนะ”ฉันผลักจานข้าวให้นายคนนั้น
“เธอจะไปไหน”
“ไปไหนก็ได้!” ฉันตอบนายนั่นด้วยอารมณ์ไม่ค่อยดี
“ฉันอุตส่าห์ซื้อข้าวมาให้เธอกินนะ จะไม่เสียน้ำใจหรอที่เธอจะเดินจากไป”
“ซื้อข้าวให้ฉัน! >O<”ตกลงนายเป็นใครกันแน่ชอบทำอะไรบ้าๆ
“ก็ฉันซื้อให้เธอ นี่น้ำของเธอ”พระเจ้าช่วยกล้วยลอยฟ้า คนไม่รู้จักกันแต่กลับซื้อข้าวซื้อน้ำมาให้กิน หมอนี่จะใส่ยาพิษไหมเนี่ย
“มองอยู่ได้กินสิไม่มียาพิษหรอกน๊า”
>O<” นายนี่อ่านความคิดของฉันออกได้ไง ฉันไม่รอช้ารีบลงมือกับข้าวที่อยู่ตรงหน้า เพราะเป็นกะเพราหมูไข่ดาว ^^
“นี่ทำไมนายต้องมาซื้อให้ฉันกินด้วยเนี่ย”
“ก็มีคนบอกว่าเธอยังไม่ได้กินข้าว”
“ใครหรอก ^_^
“ไม่บอก >_<” ห่ะไม่บอก หมอนี่ชักจะกวนตรีนฉันไปกันใหญ่แล้วนะ
“แล้วนายชื่ออะไรหรอ”
“ผมชื่อพัฒครับคุณวานิลา”หมอนี่รู้จักฉันได้ยังไงกันหรือว่าในโรงเรียนฉันฮ็อตโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว(หลงตัวเองมักมาก) >_<
“นี่นาย!!!
“เฮ้ย!เธอทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย”นายพัฒโวยวายที่ฉันไปจับตรงหน้าอก อย่าคิดว่าฉันลวมลามผู้ชายละฉันแค่จะดูชื่อของนายพัฒชัดๆ
“พงศพัฒ ศิลาวัฒนา”
“แปลกตรงไหนก็มันชื่อฉัน”
“ฉันรู้ว่าชื่อนาย แต่นามสกุลมันนามสกุลครูภูนี่นา”ฉันตกใจเล็กน้อยปนกับความงวยงงที่นามสกุลนายพัฒเหมือนกับนามสกุลครูภู
“แล้วมันน่าตกใจยังไง”
“นายกับครูภูเป็นอะไรกัน!
“เฮ้ย!อย่าเครียดดิ ฉันกับครูภูเราเป็นพี่น้องกัน”อะไรจะบังเอิญขนาดนี้น้องชายของครูภูอยากรู้จักฉัน
“แล้วนายมารู้จักฉันได้ยังไง”
“ก็ฉันกับไอ้บอมเป็นเพื่อนกัน แล้วมันบอกว่าเธออยู่คนเดียวฉันก็เลยมากินข้าวเป็นเพื่อนเธอไง”ที่แท้นายบอมกับยัยนิเองที่เป็นคนต้นคิด
“อย่าบอกนะว่าตอนนี้นายกำลังจีบฉันอยู่”
“แล้วถ้าฉันบอกว่าใช่ละ”นายพัฒตอบฉันพร้อมกับแววตาที่เจ้าเล่ห์แผ่รัศมีมา
“ยากกกกกกก จำไว้ด้วย”ฉันตอบนายพัฒด้วยน้ำเสียงยียวน ทำไมนะหรอก็เพราะฉันไม่ได้ชอบเขา แต่ฉันชอบพี่ชายของเขาต่างหากละ

เมื่อเธอมีท่าทีหมางเมิน!



ตอนที่ 4
    ฉันเปิดโน้ตบุ๊คสีฟ้า พร้อมกับนอนเหยียดขาอย่างสบายอารมณ์ ฉันไม่ชอบนั่งเล่นโน้ตบุ๊คสักเท่าไหร่ เวลานอนมันสบายอย่างไม่มีที่ติจริงๆ ^^
“ล็อคอินเข้าเฟสดีกว่าเรา”ฉันล็อคอินเข้าเฟสบุ๊คตอนนี้ก็จะสามทุ่มแล้ว เล่นอีกสักชั่วโมงคงไม่เป็นไรหรอกเนอะ คงตื่นไม่สายหรอก =_=
“อ่ะ!ใครขอฉันเป็นเพื่อนนี่ หน้าตาหล่อมาก ภูริวัชร์ครูภูนี่นา”
ฉันดีใจอย่างสุดขีดเพราะคนที่ขอฉันเป็นเพื่อนคือครูภูสุดหล่อ ครูสอนคณิตศาสตร์ ครูที่ปรึกษา ครูสอนพิเศษ ดีใจที่สุดเลย ฉันรีบตอบรับคำขอเป็นเพื่อนของครูภูทันที
(ทักครับน้องวา) ว้าดีใจจังครูภูออนอยู่ทักฉันด้วย
(คะพี่ภู)
(เมื่อไหร่จะนอนเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็นอนตื่นสายหรอก)
(ก็จะนอนแล้วคะ แต่ว่ายังไม่ง่วง >_<)
(นอนได้แล้วนะเด็กดี พี่ก็จะนอนเหมือนกัน)
(นอนก็ได้คะ) ทำไมฉันต้องเชื่อครูภูขนาดนี้ด้วยเนี่ย ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ
วันนี้เป็นวันที่ฉันคงจะนอนฝันดีอีกวันหนึ่งเลยแหละ ครูภูบอกฝันดีฉันด้วย รีบนอนดีกว่ายัยวานิลา จะได้ฝันดีฝันถึงครูภูสุดหล่อ Zzzz

“วานิลาตื่นได้แล้วลูก”
“อืมมมมมมมคะ”ฉันรับคำของแม่อย่างสะลึมสะลือ ตอนนี้ฉันยังไม่ลุกขึ้นจากที่นอน
“วานิลา!ตื่นได้แล้วลูก”
“แม่!ทำไมต้องเสียงดังด้วยคะ”ตอนนี้แม่ของฉันยืนอยู่ข้างๆเตียง น่ากลัวมากอ่ะ คุณแม่ของฉันจะกลายร่างเป็นแม่มดหรือนี่ ไม่นะแม่ หนูกลัววววว
“นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ไม่ต้องไปโรงเรียนหรือไง ไม่เคยกินข้าวเช้าเหมือนลูกชาวบ้านเขาสักที”
“ค่ะๆหนูไปแล้วคะ”
 ฉันรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว ท่าทางแม่ฉันจะจริงจังกับเรื่องที่ฉันไม่ชอบกินข้าวเช้า  และตื่นสายเป็นกิจวัตร อย่างมากที่ฉันกินก็ขนมปังกับนมหนึ่งกล่องเท่านั้น

   บนโต๊ะอาหารนั้นไม่มีอะไรเลย  แม้แต่นมกล่องกับขนมปังไม่กินก็ได้ ตอนนี้ก็เวลา 7.45 . แล้ว เหลืออีกแค่ 15 นาทีที่จะเข้าแถว ขืนฉันมัวแต่นั่งกินรับรองได้กินขยะชัวร์ >_<
“จะไปไหน!
ทันทีที่ฉันจะก้าวขาออกจากบ้าน ก็ได้ยินเสียงแม่ของฉันดังขึ้น จะโหดกับลูกสาวแสนสวยไปถึงไหนคะคุณแม่
“หนูก็จะไปโรงเรียนไงคะ”O_O
“แล้วกินข้าวกินปลาหรือยัง”
แม่นะแม่ฉันจะกินได้ยังไงละ ในเมื่อบนโต๊ะไม่มีอะไรเลย ที่สำคัญ!มันสายแล้ว
“ยังคะหนูรีบ”
“แม่เดาไม่ผิดเลยลูกคนนี้เนี่ย”
“นี่อะไรคะแม่”
“ข้าวไง”
แม่ของฉันยื่นถุงมาให้ ภายในถุงมีกล่องข้าว นม ขนมปัง น้ำเปล่า 1 ขวด แอปเปิ้ล ทำไมมันเยอะอย่างนี้เนี่ย คิดๆไปเหมือนตัวเองเป็นเด็กอนุบาลยังไงยังงั้น ซึ้งอ่ะ! >_<
“รีบไปได้แล้ว”
“คะแม่”
ฉันรีบเดินกึ่งวิ่งไปโรงเรียน ฉันเหาะได้ฉันคงเหาะไปนานแล้ว เพราะตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ 15 นาทีเท่านั้นที่จะเข้าแถว ดีนะที่ฉันอยู่ห่างจากโรงเรียนแค่ 500 เมตร เท่านั้น
ตึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โอ้!พระเจ้าช่วยกล้วยลอยฟ้า ทันทีที่ฉันก้าวขาเข้าโรงเรียน เสียงออดก็ดังขึ้นช่างเป็นอะไรที่เหมาะเจาะอย่างนี้ อย่างนี้แหละคนสวยมักจะทำอะไรดูดีเสมอ
“ยัยวา!
“อ่ะอะไร”
จู่เสียงยัยนิก็ดังขึ้น ทำฉันที่ขวัญอ่อนขวัญแตกกระเจิง
“ป่ะรีบไปเข้าแถวขืนไปช้าได้เก็บขยะอีกนะ”
“ไปสิ”>_<
   ฉันและยัยนิเดินไปเข้าแถวพร้อมกัน ฉันได้ยืนอยู่ด้านหน้าสุด(คนเตี้ยได้ยืนด้านหน้า) ส่วนยัยนิถัดจากฉันไปสี่คน ฉันไม่ได้เตี้ยมากนะ แต่ว่าห้องฉันมีแต่คนสูงๆทั้งนั้นเลย
   การทำกิจกรรมหน้าเสาธงแป็นไปตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือฉันที่รู้สึกไม่ค่อยดี ที่เห็นครูภูยืนอยู่ใกล้ครูฟ้า ที่ทั้งสวยทั้งน่ารัก ที่สำคัญ!โสดด้วย ครูฟ้าสอนวิชานาฏศิลป์คุณสมบัติหญิงไทยที่ผู้ชายคนไหนก็ต้องการ ส่วนฉันนะหรอ ฮือๆๆๆๆ คิอแล้วสมเพชตัวเองสุดๆ ไม่มีความเป็นหญิงไทยกับเขาบ้างเลย ^_^ >O<
“ยัยวา วานิลา!
“อะไร”ใครนะบังอาจเรียกชื่อฉัน
“เขาปล่อยไปเรียนแล้ว”
เสียงยัยขวัญคนที่อยู่ถัดจากฉันบอก เขาปล่อยตอนไหนทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย ไม่ได้ยินเลย
“เดินไปสิ ยืนบื้ออยู่ได้”
ฉันจะโดนรุมประชาทันต์ไหมเนี่ยที่ยืนอยู่เฉยๆ

   ตอนนี้เหลือเวลาเรียนอีกสิบห้านาทีจะขึ้นเรียน แน่นอนว่ามากพอที่จะให้ฉันกินอาหารแสนอร่อยของคุณแม่ วันนี้แม่ทำผัดเผ็ดปลาดุกให้ฉันอร่อยที่สุดเลย
ฉันนั่งคนเดียวเพราะยัยนิมัวแต่ไปหานายบอม  ปล่อยให้ฉันกินข้าวโดยไม่สนใจคนรอบข้าง >_<
“เฮ้ยเธอ!ข้าวติดปากหน่ะ”ใครนะอังอาจมาพุดขณะฉันกินข้าว
“ง่ะ แล้วเกี่ยวไรกับนายด้วยเราไม่เคยรู้จักกัน”
ผู้ชายคนที่มานั่งคุยกับฉันหน้าตาคุ้นๆ แต่ฉันก็จำไม่ได้ว่าใคร
“แต่ฉันอยากรู้จักเธอ” ท่าทางนายนี่จะบ้าเอามากๆ อยู่ก็มาบอกว่าอยากรู้จักฉัน
“หรอ!แต่ฉันไม่อยากรู้จักนาย ดูปากนะ ฉัน-ไม่-อยาก-รู้-จัก-นายยยยยย”
“แล้วเธอจะได้รู้จักฉัน ไปละ”
เฮ้ย!นี่มันอะไรเนี่ย มาพูดกวนๆแล้วก็เดินจากไปเนี่ยนะ แม้แต่ชื่อฉันยังไม่รู้จักเลย ขออย่าได้เจอะได้เจอกันอีกเลย ฉันมองร่างสูงกับผมซอยสีทองจนลับตา เกิดมาเพิ่งเคยเห็นคนแปลกๆอย่างนี้ >O<

ฉันกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วตอนนี้ก็เดินกึ่งวิ่งไปที่ตึกภาษาไทย เพื่อเรียนวิชาแรกกับครูอรทัยที่แสนโหดและเจ้าระเบียบที่สุดอ่ะ
“ขออนุญาตคะ”
ฉันไหว้อย่างประหลกๆเพื่อรีบเข้าห้อง
“ไหว้ให้มันสมกับเป็นกุลสัตรีหน่อยสิ”
ครูค่ะหนูมาเรียนวิชาภาษาไทยนะคะไม่ใช่มารยาทไทย แต่ฉันก็ต้องย่อตัวไหว้อย่างงามๆเพื่อเข้าห้องเรียน
ทั้งคาบฉันกับยัยรุ้งไม่ได้คุยกันสักนิด เพราะทุกคนในห้องไม่มีใครกล้ากระดิกขนาดหายใจยังต้องค่อยๆเลย  ทำไมมันละบากอย่างนี้ยัยวานิลา T^T

ผิดไหมที่ชอบเธอ



ตอนที่ 3
“ครูภูคะวาเสร็จแล้วคะ”ฉันบอกครูภูหลังจากที่ล้างจานเรียบร้อยแล้ว
“งั้นเรามาเริ่มเรียนกันดีกว่า”
“ที่ไหนดีละคะ”
“ตรงนี้ก็ได้ใกล้ดี”ครูภูบอกฉันพร้อมกับหยิบเอกสารออกมาจากระเป๋าเป้ใบย่อมสีน้ำเงิน
“วาพาพี่ภูไปนั้งที่ระเบียงชั้นสองก็ได้ลูกลมโกรกดี เดี๋ยวแม่เอาขนมตามไปให้”ระเบียงชั้นสองงั้นหรอ นั้นมันระเบียงที่ออกมาจากห้องนอนฉันนะ อย่างนี้ครูภูก็เห็นห้องนอนของฉันนะสิ  เอาไงดีละฉันไม่อยากขัดคำสั่งของแม่ด้วย และทีสำคัญที่ตรงนั้นเป็นที่ประจำของฉัน บรรยากาศดี สามารถมองเห็นดาวได้ชัดเจนด้วยละ
“งั้นครูภูตามวามานะคะ”
“นำไปเลยครับ”
  ฉันเดินนำครูภูไปที่ห้องของฉันพร้อมเดินไปที่ระเบียง ห้องนอนของฉันนั้นมีรูปโดราเอามอนเต็มไปหมด  แถมบนเตียงยังมีตุ๊กตาโดราเอมอนตัวใหญ่  ข้างๆคือโต๊ะสำหรับเขียนหนังสือมีโน๊ตบุ๊คลายโดราเอามอนวางอยู่บนนั้น อีกข้างเป็นโต๊ะเครื่องแป้งที่มีเครื่องสำอางหลากหลาย  ปลายเตียงของฉันยังเป็นตู้สะสมตุ๊กตาโดราเอมอนเกือบห้าสิบตัว ทั้งเล็กและใหญ่ ครูภูเห็นอย่างนี้จะว่าฉันปัญญาอ่อนหรือเปล่าน๊า *_*
“วาพี่มีเรื่องจะขอวา”ครูภูพูดขึ้นหลังจากที่นั่งบนเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว และฉันก็กำลังนั่งประจันหน้ากับครูภู ที่ตอนนี้จ้องมาที่ฉัน อย่ามองตาได้ไหมถ้าเธอไม่ได้คิดอะไร >_<
“ครูภูมีเรื่องอะไรจะขอวาหรอคะ”
“เรียกพี่ว่าพี่ได้ไหม อยู่ที่โรงเรียนค่อยเรียกครู”เฮ้ย!ได้ยินไหมครูพี่ เอ้ย!พี่ภูให้ฉันเรียกว่าพี่ ฉันดีใจที่สุดเลยละ อย่างน้อยๆก็รู้สึกว่าระยะห่างมันน้อยลง แม้ว่าเขาจะอายุห่างกับฉันตั้ง 6 ปี
“คะ พี่ภู”
“ดีมากน้องสาวสุดน่ารักของพี่”ฉันเองแหละที่คิดผิดว่าครูภู เอ้ย! พี่ภูเป็นคนที่ดุ แต่ที่จริงแล้วพี่ภูเป็นคนที่หล่อ แถมยังใจดีอีกต่างหาก ขอบคุณนะคะทุกสิ่งทุกอย่างที่นำพาความรู้สึกดีๆมาให้วา
“เอ่อ ..พี่ภูคะคือวาไม่ค่อยชอบคณิตเลยคะเรียนทีไรหลับทุกที”
“เพราะอย่างนี้ไงพ่อวาฉันต้องให้พี่มาสอน”
“แต่ว่ากลัวว่าวาจะทำให้พ่อผิดหวังนี่คะ อุตส่าห์ให้ครูมาสอนทั้งทีแต่ว่าเกรดยังอยู่ที่ 2.5 เหมือนเดิม”ตอนนี้ฉันกล้าที่ฉันพูดกับพี่ภูอย่างเปิดใจแล้ว เพราะฉันไม่ได้คิดว่าเขาเป็นครูระยะห่างของเราเลยน้อยลง
“พี่สัญญานะว่าจะทำให้วาเก่งคณิตเอง แต่วาต้องสัญญากับพี่ด้วยว่าวาจะตั้งใจเรียนตั้งใจทำการบ้าน ตั้งใจค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเอง”ทำไมฉันต้องตั้งใจอะไรมากมายขนาดนี้ด้วยเนี่ย แต่เพื่อพี่ภูฉันก็จะทำ อย่างนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกว่าเพื่อใครบางคน เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเขาได้
“คะวาสัญญา”
“สัญญาแต่ปากไม่ได้ มานี่สัญญา”เฮ้ย!พี่ภูยื่นมือนิ้วก้อยมาให้ฉันเกี่ยว เป็นครั้งแรกนะที่ได้สัมผัสมือพี่ภู  วันนี้ฉันจะไม่ล้างมือเลย มือพี่ภูนู้มนุ่ม แต่ว่าใหญ่กว่ามือฉันมาก มือฉันกับมือพี่ภูคนละไซส์เลย
“งั้นเรามาเริ่มบทเรียนแรกดีกว่า”
“พี่ภูวาเรียนคณิตทีไรวาง่วงทุกทีเลยคะ”
“เอาหน่าเรียนกับพี่ห้ามง่วงเด็ดขาดเข้าใจไหม”อ๊ากกกก อยากจะบ้าตายพี่ภูพูดพร้อมกับจ้องตาฉัน เป็นครั้งแรกที่ฉันจ้องตาพี่ภูชัดๆ ในแววตาที่ดุนั้นยังมีความอ่อนโยนที่อยู่ลึกลงไปอีก
“ค้าเข้าใจคะ ว่าแต่พี่ภูจะมาสอนวาวันไหนบ้างคะ”
“วันไหนที่พี่ว่างพี่ก็จะมาสอนวา  แต่พี่ก็พยายามว่างเพื่อมาสอนน้องสาวของพี่นะ”น้องสาวของพี่อย่างน้อยๆเขาก็มองฉันเป็นน้องสาวไม่ได้มองเป็นลูกศิษย์
“มาเราเริ่มบทเรียนแรกดีกว่า  วาลองดูโจทย์นะ  บทเรียนมนเทอมนี้คือความน่าจะเป็น ลองบอกพี่สิว่าความน่าจะเป็นหมายถึงอะไร”อ้ากก! ทำไมพี่ภูดูจริงจังจังเลย แต่ก็หล่อไปอีกแบบ แล้วความน่าจะเป็นมันคืออะไรละ คิดๆๆสิยัยวานิลา T^T
“ก็ก็ก็
“ก็อะไรล่ะ ผิดถูกพี่ไม่ว่าหรอกแค่อยากรู้ว่ามีความเข้าใจแค่ไหน บอกพี่มาสิ”
“ก็ความน่าจะเป็น คือความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์นั้นๆคะ”
“เยี่ยมมาก”อุ้ย! เขินจังครูภูชมฉันด้วย ตกลงฉันเก่งจริงใช่ป่ะเนี่ย
“มาขัดการสอนหรือเปล่าจ๊ะ”แม่ของฉันนั่นเอง มาพร้อมกับถาดขนมและนมสองแก้ว ทำไมแม่ของฉันใจดีอย่างนี้เนี่ยน่ารักที่สุดเลย >_<
“ไม่ขัดหรอกครับ”
“จ๊ะ สอนยัยวาให้รู้เรื่องนะภู ส่วนลูกสาวแม่ของแม่ก็ตั้งใจเรียนละอย่าทำให้ครูภูปวดหัวเด็ดขาด!” แม่ฉันร่ายซะยาว ลูกสาวของแม่ไม่ทำให้แม่ครูภูปวดหัวอยู่แล้วคะ
“คะ”
“ครับ”ฉันและครูภูตอบรับคำของแม่พร้อมกัน
“งั้นแม่ไปก่อนนะลูก”แม่ของฉันไปแล้วตอนนี้เหลือแค่ขนมกับนม ที่ฉันอยากจะกินซะตอนนี้เลย จนฉันไม่ทันสังเกตว่าครูภูมองฉันตลอดเวลา
“พี่ยังไม่อนุญาตให้กินนะ ต้องมาดูโจทย์ข้อแรกก่อน”
“แต่ว่ามันหิวนี่คะ >_<”ฉันบอกครูภูอย่างเสียดายสุดซึ้ง
“รู้น่าว่าหิว แต่วาต้องมีความอดทน การเรียนเหมือนกันวาก็ต้องอดทนเข้าใจไหนครับ”ว้า!ทำไมครูภูต้องจ้องฉันขนาดนี้ด้วยเนี่ย ทำตัวไม่ถูกแล้วนะคะมันหวิวๆยังไงก็ไม่รู้
“เข้าใจไหม”
“คะๆเข้าใจคะ”ฉันรับคำครูภูอย่างละลักละลำ
“มาเริ่มโจทย์ข้อแรกเลยดีกว่าตั้งใจนะ เขาถามว่าในการทอดลูกเต๋าสองลูก จะปรากฏผลได้ทั้งหมดกี่วิธี ดูนะวิธีทำในการทอดลูกเต๋าอาจได้แต้มต่างๆดังนี้คือ 1,2,3,4,5 หรือ 6 ผลการทอดลูกเต๋าลูกแรกจะปรากฏผลของการทอดลูกเต๋าลูกที่สองได้อีก 6 วิธี ดังนั้น การทอดลูกเต๋าทั้งสองลูกปรากฏผลได้ทั้งหมด 6*6=เท่ากับเท่าไหร่บอกพี่สิ”
“ก็ 36 ไงคะ”
“ว้าว! เก่งจังเลยสมแล้วที่เป็นลูกสถาปนิก”ครูภูชมฉันจนฉันรู้สึกสมเพชตัวเองตัวเองเลย ก็แค่ 6*6  มันจะได้อะไรนอกจาก 36 ประมาณค่าฉันต่ำไปแล้วนะเนี่ย -_-
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะ”
“ทำไมมันเร็วอย่างนี้ละคะ”ฉันถามครูภูเพราะว่ายังเรียนไปไม่ถึงไหนเลย
“ก็ค่อยๆเป็นค่อยๆไป มากินขนมกันดีกว่าเมื่อเย็นเห็นกินข้าวนิดเดียวเอง ดื่มนมด้วยละ” ฉันและครูภูกินขนมและดื่มนมอย่างเอร็ดอร่อย มันเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในสามโลกเลยละ
     ตอนนี้ครูภูกลับไปแล้ว ฉันจึงไปอาบน้ำเพื่อที่จะมาอัฟเดตข่าวสารต่างจากเฟสบุ๊ค วันนี้จะมีอะไรในเฟสบ้างนะอยากรู้จังเลย