วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เมื่อเธอมีท่าทีหมางเมิน!



ตอนที่ 4
    ฉันเปิดโน้ตบุ๊คสีฟ้า พร้อมกับนอนเหยียดขาอย่างสบายอารมณ์ ฉันไม่ชอบนั่งเล่นโน้ตบุ๊คสักเท่าไหร่ เวลานอนมันสบายอย่างไม่มีที่ติจริงๆ ^^
“ล็อคอินเข้าเฟสดีกว่าเรา”ฉันล็อคอินเข้าเฟสบุ๊คตอนนี้ก็จะสามทุ่มแล้ว เล่นอีกสักชั่วโมงคงไม่เป็นไรหรอกเนอะ คงตื่นไม่สายหรอก =_=
“อ่ะ!ใครขอฉันเป็นเพื่อนนี่ หน้าตาหล่อมาก ภูริวัชร์ครูภูนี่นา”
ฉันดีใจอย่างสุดขีดเพราะคนที่ขอฉันเป็นเพื่อนคือครูภูสุดหล่อ ครูสอนคณิตศาสตร์ ครูที่ปรึกษา ครูสอนพิเศษ ดีใจที่สุดเลย ฉันรีบตอบรับคำขอเป็นเพื่อนของครูภูทันที
(ทักครับน้องวา) ว้าดีใจจังครูภูออนอยู่ทักฉันด้วย
(คะพี่ภู)
(เมื่อไหร่จะนอนเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็นอนตื่นสายหรอก)
(ก็จะนอนแล้วคะ แต่ว่ายังไม่ง่วง >_<)
(นอนได้แล้วนะเด็กดี พี่ก็จะนอนเหมือนกัน)
(นอนก็ได้คะ) ทำไมฉันต้องเชื่อครูภูขนาดนี้ด้วยเนี่ย ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ
วันนี้เป็นวันที่ฉันคงจะนอนฝันดีอีกวันหนึ่งเลยแหละ ครูภูบอกฝันดีฉันด้วย รีบนอนดีกว่ายัยวานิลา จะได้ฝันดีฝันถึงครูภูสุดหล่อ Zzzz

“วานิลาตื่นได้แล้วลูก”
“อืมมมมมมมคะ”ฉันรับคำของแม่อย่างสะลึมสะลือ ตอนนี้ฉันยังไม่ลุกขึ้นจากที่นอน
“วานิลา!ตื่นได้แล้วลูก”
“แม่!ทำไมต้องเสียงดังด้วยคะ”ตอนนี้แม่ของฉันยืนอยู่ข้างๆเตียง น่ากลัวมากอ่ะ คุณแม่ของฉันจะกลายร่างเป็นแม่มดหรือนี่ ไม่นะแม่ หนูกลัววววว
“นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ไม่ต้องไปโรงเรียนหรือไง ไม่เคยกินข้าวเช้าเหมือนลูกชาวบ้านเขาสักที”
“ค่ะๆหนูไปแล้วคะ”
 ฉันรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว ท่าทางแม่ฉันจะจริงจังกับเรื่องที่ฉันไม่ชอบกินข้าวเช้า  และตื่นสายเป็นกิจวัตร อย่างมากที่ฉันกินก็ขนมปังกับนมหนึ่งกล่องเท่านั้น

   บนโต๊ะอาหารนั้นไม่มีอะไรเลย  แม้แต่นมกล่องกับขนมปังไม่กินก็ได้ ตอนนี้ก็เวลา 7.45 . แล้ว เหลืออีกแค่ 15 นาทีที่จะเข้าแถว ขืนฉันมัวแต่นั่งกินรับรองได้กินขยะชัวร์ >_<
“จะไปไหน!
ทันทีที่ฉันจะก้าวขาออกจากบ้าน ก็ได้ยินเสียงแม่ของฉันดังขึ้น จะโหดกับลูกสาวแสนสวยไปถึงไหนคะคุณแม่
“หนูก็จะไปโรงเรียนไงคะ”O_O
“แล้วกินข้าวกินปลาหรือยัง”
แม่นะแม่ฉันจะกินได้ยังไงละ ในเมื่อบนโต๊ะไม่มีอะไรเลย ที่สำคัญ!มันสายแล้ว
“ยังคะหนูรีบ”
“แม่เดาไม่ผิดเลยลูกคนนี้เนี่ย”
“นี่อะไรคะแม่”
“ข้าวไง”
แม่ของฉันยื่นถุงมาให้ ภายในถุงมีกล่องข้าว นม ขนมปัง น้ำเปล่า 1 ขวด แอปเปิ้ล ทำไมมันเยอะอย่างนี้เนี่ย คิดๆไปเหมือนตัวเองเป็นเด็กอนุบาลยังไงยังงั้น ซึ้งอ่ะ! >_<
“รีบไปได้แล้ว”
“คะแม่”
ฉันรีบเดินกึ่งวิ่งไปโรงเรียน ฉันเหาะได้ฉันคงเหาะไปนานแล้ว เพราะตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ 15 นาทีเท่านั้นที่จะเข้าแถว ดีนะที่ฉันอยู่ห่างจากโรงเรียนแค่ 500 เมตร เท่านั้น
ตึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โอ้!พระเจ้าช่วยกล้วยลอยฟ้า ทันทีที่ฉันก้าวขาเข้าโรงเรียน เสียงออดก็ดังขึ้นช่างเป็นอะไรที่เหมาะเจาะอย่างนี้ อย่างนี้แหละคนสวยมักจะทำอะไรดูดีเสมอ
“ยัยวา!
“อ่ะอะไร”
จู่เสียงยัยนิก็ดังขึ้น ทำฉันที่ขวัญอ่อนขวัญแตกกระเจิง
“ป่ะรีบไปเข้าแถวขืนไปช้าได้เก็บขยะอีกนะ”
“ไปสิ”>_<
   ฉันและยัยนิเดินไปเข้าแถวพร้อมกัน ฉันได้ยืนอยู่ด้านหน้าสุด(คนเตี้ยได้ยืนด้านหน้า) ส่วนยัยนิถัดจากฉันไปสี่คน ฉันไม่ได้เตี้ยมากนะ แต่ว่าห้องฉันมีแต่คนสูงๆทั้งนั้นเลย
   การทำกิจกรรมหน้าเสาธงแป็นไปตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือฉันที่รู้สึกไม่ค่อยดี ที่เห็นครูภูยืนอยู่ใกล้ครูฟ้า ที่ทั้งสวยทั้งน่ารัก ที่สำคัญ!โสดด้วย ครูฟ้าสอนวิชานาฏศิลป์คุณสมบัติหญิงไทยที่ผู้ชายคนไหนก็ต้องการ ส่วนฉันนะหรอ ฮือๆๆๆๆ คิอแล้วสมเพชตัวเองสุดๆ ไม่มีความเป็นหญิงไทยกับเขาบ้างเลย ^_^ >O<
“ยัยวา วานิลา!
“อะไร”ใครนะบังอาจเรียกชื่อฉัน
“เขาปล่อยไปเรียนแล้ว”
เสียงยัยขวัญคนที่อยู่ถัดจากฉันบอก เขาปล่อยตอนไหนทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย ไม่ได้ยินเลย
“เดินไปสิ ยืนบื้ออยู่ได้”
ฉันจะโดนรุมประชาทันต์ไหมเนี่ยที่ยืนอยู่เฉยๆ

   ตอนนี้เหลือเวลาเรียนอีกสิบห้านาทีจะขึ้นเรียน แน่นอนว่ามากพอที่จะให้ฉันกินอาหารแสนอร่อยของคุณแม่ วันนี้แม่ทำผัดเผ็ดปลาดุกให้ฉันอร่อยที่สุดเลย
ฉันนั่งคนเดียวเพราะยัยนิมัวแต่ไปหานายบอม  ปล่อยให้ฉันกินข้าวโดยไม่สนใจคนรอบข้าง >_<
“เฮ้ยเธอ!ข้าวติดปากหน่ะ”ใครนะอังอาจมาพุดขณะฉันกินข้าว
“ง่ะ แล้วเกี่ยวไรกับนายด้วยเราไม่เคยรู้จักกัน”
ผู้ชายคนที่มานั่งคุยกับฉันหน้าตาคุ้นๆ แต่ฉันก็จำไม่ได้ว่าใคร
“แต่ฉันอยากรู้จักเธอ” ท่าทางนายนี่จะบ้าเอามากๆ อยู่ก็มาบอกว่าอยากรู้จักฉัน
“หรอ!แต่ฉันไม่อยากรู้จักนาย ดูปากนะ ฉัน-ไม่-อยาก-รู้-จัก-นายยยยยย”
“แล้วเธอจะได้รู้จักฉัน ไปละ”
เฮ้ย!นี่มันอะไรเนี่ย มาพูดกวนๆแล้วก็เดินจากไปเนี่ยนะ แม้แต่ชื่อฉันยังไม่รู้จักเลย ขออย่าได้เจอะได้เจอกันอีกเลย ฉันมองร่างสูงกับผมซอยสีทองจนลับตา เกิดมาเพิ่งเคยเห็นคนแปลกๆอย่างนี้ >O<

ฉันกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วตอนนี้ก็เดินกึ่งวิ่งไปที่ตึกภาษาไทย เพื่อเรียนวิชาแรกกับครูอรทัยที่แสนโหดและเจ้าระเบียบที่สุดอ่ะ
“ขออนุญาตคะ”
ฉันไหว้อย่างประหลกๆเพื่อรีบเข้าห้อง
“ไหว้ให้มันสมกับเป็นกุลสัตรีหน่อยสิ”
ครูค่ะหนูมาเรียนวิชาภาษาไทยนะคะไม่ใช่มารยาทไทย แต่ฉันก็ต้องย่อตัวไหว้อย่างงามๆเพื่อเข้าห้องเรียน
ทั้งคาบฉันกับยัยรุ้งไม่ได้คุยกันสักนิด เพราะทุกคนในห้องไม่มีใครกล้ากระดิกขนาดหายใจยังต้องค่อยๆเลย  ทำไมมันละบากอย่างนี้ยัยวานิลา T^T

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น