ตอนที่
2
“ยัยวา!!!”
“อ่ะ อะไร”ฉันสะดุ้งเมื่อยัยรุ้งตะโกนเรียกข้างๆหัว
ไอ่เพื่อนบ้าเนี่ยทำไมต้องตะคอกด้วยเนี่ย ฉันไม่ได้หูหนวกนะ
“ฉันอยู่ใกล้แกแค่นี้ทำไมแกต้องตะคอกด้วย”
“ฉันเห็นแกยิ้มๆตั้งแต่เข้าเรียนคาบแรกยันคาบสุดท้ายแล้วนะ”ยัยรุ้งว่าฉันที่เอาแต่นั่งอมยิ้มเหมือนคนบ้า คนที่เดินผ่านไปผ่านมาคงคิดว่าฉันไม่เต็มบาทแน่เลย คนสวยทำอะไรลงไปเนี่ย(หลงตัวเองมั่กมาก)
“ก็คนมีความสุขจะไม่ให้ยิ้มได้ไง”
“อย่างนี้เหมือนคนมีความรักมากกว่ามั้ง”
“ไม่มั้ง บ้าหน่า”ฉันตอบยัยรุ้งไปเพราะในใจลึกๆของฉันก็กลัวว่าความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้น
ความรู้สึกที่เรียกว่าความรักเนี่ย ._.
“แกยังไม่บอกฉันเลยว่าครูภูเรียกไปทำไม”
“ก็เรื่องที่เรามาสายไง”
“แล้วฉันก็ไม่เห็นแกไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วย”
“ฉันไม่ได้กินไงแกก็ถามบ้าๆเนอะ”
“ฉันไม่เชื่อ!แกจะอยู่ได้ไงตลอดบ่ายถ้าแกไม่ได้กิน
ทั้งที่แกบอกว่าจะกินช้างได้ทั้งตัว ถ้าแกไม่ได้กินแกต้องกระวนกระวายใจสิ
แต่นี่แกเอาแต่นั่งอมยิ้มเหมือนคนบ้า!”ไอ่เพื่อนบ้า
ทำไมต้องพูดอย่างนี้ด้วย ฉันแสดงออกขนาดนั้นเลยหรอฉันว่าฉันยิ้มคนเดียวนะ
ที่แกวิจารณ์มันไม่ใช่อย่างแน่นอน! *_*
“ตกลงฉันต้องบอกความจริงแกใช่ไหม”
“ใช่!!!”ยัยรุ้งนะยัยรุ้งถ้าแกไม่ใช่เพื่อนสนิทฉันตั้งแต่เข้าเรียนนะ
จ้างให้ฉันก็ไม่บอกแกหรอย่ะ! ^_^
“คือฉันกินข้าวแล้ว”
“โกหกฉันอีกแล้วแกจะให้ได้ยังไงในเมื่อฉันไม่เห็นแกไปโรงอาหารเลยนี่นา”
“ฉันกินข้าวของครูภู”
“>_< ฮะ!ข้าวครูภู!!!”แกจะตะโกนทำไมเนี่ยมันน่าตื่นเต้นขนาดนั้นเลยหรอ
ฉันเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบให้ยัยรุ้งฟัง ยัยรุ้งก็ตั้งใจฟังอย่างดีทีเรื่องผู้ชายละสนใจมาทีเดียวนะเพื่อนฉัน เท่านั้นยังไม่พอฉันยังบอกความรู้สึกที่รู้สึกดีกับครูภูให้ยัยรุ้งฟัง
“ที่แกอมยิ้มทั้งวันเนี่ยเพราะครูภูใช่ป่ะ”
“ไม่รู้สิ แต่เวลาที่ฉันคิดถึงใบหน้าเขามันมีความสุขมากเลยนะรุ้ง
อย่างนี้เขาเรียกว่าอะไรหรอ”
“แกอาจแค่ปลื้มเท่านั้นเอง”
“แต่ฉันไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับใครเลยรุ้ง”ฉันพูดกับยัยรุ้งพร้อมกับแววตาที่เป็นกังวลอย่างที่สุด
ยัยรุ้งคงเข้าใจความหมายของฉันที่ฉันไม่อยากคิดอะไรเกินเลยกับครูภู
“นี่ก็เลิกเรียนแล้วฉันกลับบ้านก่อนนะรุ้ง”
“อือ
เดินกลับดีละอย่างไปฉุดใครข้างทางละ”ไอ่เพื่อนบ้าพูดซะฉันไม่มีชิ้นดีเลย
ดีนะที่บ้านฉันอยู่ห่างกับโรงเรียนแค่ 500 เมตรเท่านั้นเอง ส่วนยัยรุ้งนะหรอ คงรอกลับพร้อมกับนายบอมที่กำลังซ้อมบาสอยู่
ยัยรุ้งโชคดีจริงๆที่ได้แฟนหล่อ แถมยังเป็นนักกีฬาบาสประจำโรงเรียนด้วย นายบอมก็เคยพาเพื่อนมาทำความรู้จักกับฉัน
แต่แปลกที่ฉันไม่เคยชอบหรือว่ารู้สึกดีกับเพื่อนนายบอมแม้แต่คนเดียว ทั้งที่พวกนั้นก็หล่อไม่น้อยกว่านายบอมเลย
ผิดกับใครบางคนที่ทำให้ฉันรู้สึกดีจนไม่รู้จะอธิบายยังไง
ฉันเดินออกจากโรงเรียนมาพร้อมใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม
อย่างน้อยๆวิชาคณิตศาสตร์ปีนี้ก็มีอะไรที่ทำให้น่าเรียนบ้าง(เล็กน้อย) แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ฉันชอบวิชาคณิตศาสตร์หรอกแค่อคติน้อยลงแค่นั้นเอง
แค่นั้นจริงๆ
ทางที่ฉันเดินกลับบ้านนั้นเป็นทางที่ไม่เปลี่ยวหรือหว้าเหว่แต่อย่างใด เพราะเกือบตลอดทางจะเป็นร้านค้าต่างๆ
ที่ฉันคุ้นเคยดี บ้านฉันตั้งอยู่สุดซอย ซึ้งเป็นบ้านสองชั้นสีชมพูไม่เล็กไม่ใหญ่นัก
ด้านหน้าคือสนามหญ้าสีเขียวขจี ด้านข้างนั้นเป็นที่จอดรถ แล้วยังมีสวนหลังบ้านที่มีต้นไม้เขียวขจี
พร้อมโต๊ะหินอ่อนสำหรับนั่งพักผ่อนหรืออ่านหนังสือ
ฉันเป็นลูกคนเดียวในบ้านนี้
ฉะนั้นพ่อกับแม่ฉันจึงรักฉันมากแทบจะประเคนของทุกอย่างที่ฉันต้องการอยากได้ พ่อฉันทำงานเป็นสถาปนิกออกแบบอาคารก่อสร้าง
ส่วนแม่ฉันเป็นแม่บ้านผู้น่ารัก คอยช่วยพ่อคิดออกแบบต่างๆ
“แม่คะ
วามาแล้วคะ”ฉันตะโกนเรียกแม่ตั้งแต่ที่ยังไม่เข้าตัวบ้าน
“มาแล้วก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
แล้วมาช่วยแม่ทำกับข้าวเร็ว”
“ทำไมวันนี้แม่ทำกับข้าวเยอะจังเลย มีแต่ของน่ากินด้วย”ฉันถามแม่เพราะท่าทางอาหารจะมากสำหรับเราสามคนพ่อแม่ลูก
“ก็แม่จะพาครูสอนพิเศษวิชาคณิตมาสอนวาไง
ที่พิเศษคือเป็นลูกของเพื่อนพ่อวาด้วยหล่ะ
พิเศษกว่านั้นคือเพิ่งเรียนจบคณิตมาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเชียวแหละ ที่สำคัญหล่อด้วย”
เอ่อ
แม่ของฉันร่ายสรรพคุณ ครูสอนพิเศษของฉันซะยาว คอยดูนะถ้าไม่หล่อเท่าครูภูของฉัน
ฉันจะไม่ยอมเรียนด้วยเลย
ฉันรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมาช่วยแม่ทำกับข้าว มีแต่กับข้าวน่ากินทั้งนั้นเลย มีของโปรดฉันด้วยหล่ะ ผัดเผ็ดปลาดุกไง
เห็นแล้วน้ำลายสอเลย นี่กับข้าวก็เสร็จแล้วเมื่อไหร่นะ พ่อจะพาครูสอนพิเศษที่แม่บอกนักบอกหนาว่าพิเศษ
ฉันอดใจรอไม่ไหวแล้วนะ
“นั่นไงคงมาแล้ว”แม่ฉันละสายตาจากอาหารไปที่ลานจอดรถ
เพราะได้ยินเสียงรถมา
“คุณแม่คะหนูไปรับพ่อดีกว่าคะ”ฉันไม่รอคำอนุญาตกับแม่
ฉันรีบวิ่งไปหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว
“คุณพ่อคะ”
“เอ้าว่ายังไงลูกสาวคนสวยของพ่อ”พ่อของฉันมาโอบไหล่ฉันอบอุ่นที่สุดอ่ะเวลาพ่อกลับมาจากทำงาน
>_<
“คุณแม่บอกว่าคุณพ่อจะพาครูสอนพิเศษมาให้วาไหนละคะวาไม่เห็นเลย ถ้าไม่หล่อวาไม่เรียนนะคะ”
“จ้า หล่อไม่หล่อไม่รู้ ดูเอาเองก็แล้วกัน”
หลังจากที่พ่อฉันพูดจบ
ก็ปรากฏร่างผู้ชายที่ฉันจำได้ดีแน่นอนไม่ใช่ใครที่ไหน…
“ครูภู”
“วานิลา”ฉันและครูภูอึ้งพอๆกัน
ที่เรื่องราวมันบังเอิญขนาดนี้ ครูภูครูที่ปรึกษาของฉัน และเป็นว่าที่ครูสอนพิเศษ
ทำไมฉันต้องพบกับเรื่องราวที่ทำให้หัวใจเต้นแรงขนาดนี้ด้วย
ฟ้าคะช่วยตอบหนูทีทำไมต้องลิขิตเป็นแบบนี้ด้วย
“เอ้ารู้จักกันหรอ”พ่อฉันถามด้วยความแปลกใจระคนดีใจ
“รู้ครับ วานิลาเป็นลูกศิษย์ผมเองครับคุณอา
แหมทำไมช่างบังเอิญอย่างนี้นะครับ อย่างนี้ดีเลยผมจะได้สอนวานิลาทั้งในและนอกโรงเรียน”
“แต่วาไม่ชอบคณิตนี่คะปวดหัวที่สุด”
“ฮ่าๆๆๆ”เสียงพ่อและครูภูหัวเราะพร้อมกันโดยที่ฉันไม่เข้าใจว่าหัวเราะทำไม
พร้อมกับพ่อที่เอามือมายีผมฉันเล่นยิ่งทำให้ฉันงงเข้าไปใหญ่
“เอ้ามากันแล้วหรอ วามานี่เร็วมาช่วยแม่จัดโต๊ะ
กินข้าวกินปลาก่อนนะภูค่อยสอน”ประโยคหลังแม่หันไปบอกครูภูที่นั่งอยู่บนโซฟาหน้าทีวี
ครูภูเนี่ยดูยังไงก็ไม่น่าเบื่อ ฉันกำลังคิดอะไรกับครูภูเนี่ย
เขาเป็นครูแกนะยัยวานิลา ครูๆๆๆ จำไว้!
ตอนนี้ฉันจัดโต๊ะเรียบร้อยแล้วมีแต่อาหารที่น่ากินทั้งนั้นเลย ตอนนี้เราสี่คนอยู่โต๊ะอาหาร
แม่กับพ่อนั่งตรงข้ามกัน ส่วนฉันนั่งตรงข้ามกับครูภู ไม่กล้าสบตาเลยเรา ทำไมฉันต้องประหม่าขนาดนี้ด้วย T^T
“วาทำไมไม่กินผัดเผ็ดปลาดุกละ
ของโปรดไม่ใช่หรอ”พ่อของฉันพูดขึ้นเพราะฉันยังไม่ตักผัดเผ็ดปลาดุก ของโปรดสักคำ
จะให้ฉันตักได้ยังไงละ ในเมื่อผัดเผ็ดปลาดุกอยู่หน้าครูภู และที่สำคัญ!ฉันตักไม่ถึงด้วย หิวคะหิวทำไงดี!
“วาตักไม่ถึงคะ”
“ก็ไม่บอกกัน เดี๋ยวพี่ตักให้”พี่งั้นหรอ
เมื่อกี้ครูภูแทนตัวเองว่าพี่ แถมยังตักผัดเผ็ดปลาดุกมาให้ฉันอีก ฮือๆๆ
ซึ้งอ่ะน้ำตาจะไหล
“เอาอีกไหม”
“วาอิ่มแล้วละคะ”
“คุณอาครับวานิลาไม่ค่อยชอบกินข้าวเลย
เมื่อวานไม่ได้กินทั้งข้าวเช้าข้าวเที่ยง
คุณอาต้องดุหน่อยนะครับ”เพราะใครละที่ทำให้ฉันไม่ได้กินข้าวเที่ยง
อย่างนี้มาโทษฉัน ฉันได้แต่โวยวายในใจไม่กล้าที่จะพูดอออกมา
ขืนพูดออกมาแม่และพ่อฉันคงรู้ว่าฉันเข้าแถวสายและเข้าเรียนสายนะสิ
“นั่นไงละวาหัดรักตัวเองบ้างเข้าใจมั้ยลูก”
“เข้าใจคะ”ฉันรับคำแม่เบาๆ
ตอนนี้ฉันกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว
พร้อมกับช่วยแม่เก็บจาน ต่อไปเป็นการสอนพิเศษระหว่างฉันกับครูภู โห้ย !เรียนวันแรกก็ต้องเรียนพิเศษวิชาที่เกลียดแล้วหรอเนี่ย
ดีนะที่เรียนกับครูภูมันคงทำให้ฉันมีความสุขมากเลยแหละ
กับใบหน้าหล่อๆที่ฉันติดตรึงจนไม่สามารถลบออกจากสมองได้แล้ว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น